วันพฤหัสบดีที่ 10 พฤศจิกายน พ.ศ. 2559

ผงซักฟอกขจัดคราบสกปรกได้อย่างไร ???

เมื่อเสื้อผ้าของเรามีรอยเปื้อนต่างๆไม่ว่าจะเป็นคราบน้ำมัน คราบดิน คราบอาหาร คราบเหงื่อ ฯลฯ เราไม่สามารถชะล้างคราบสกปรกเหล่านี้ออกด้วยน้ำธรรมดาได้ เราต้องใช้ตัวช่วยในการขจัดคราบสกปรกนั่นคือ ผงซักฟอก ซึ่งมีขายทั่วไปในท้องตลาด แลซูเปอร์มาร์เก็ต แล้วผงซักฟอกสามารถชะล้างคราบสกปรกออกจากเสื้อผ้าของเราได้อย่างไร ก่อนอื่นเรามาทำความรู้จักกับเจ้าผงซักฟอกกันก่อนนะคะ

ประวัติผงซักฟอก

ผงซักฟอกถูกผลิตขึ้นใช้ป็นครั้งแรกในประเทศเยอรมันในสมัยช่วงสงครามโลกครั้งที่ 1 ทั้งนี้ เนื่องจากในขณะนั้นไขวัวและน้ำมันพืชซึ่งเป็นวัตถุดิบสำคัญในการผลิตสบู่เกิดการขาดแคลน นักวิทยาศาสตร์จึงได้คิดค้นสารสังเคราะห์ขึ้นมาใหม่เพื่อใช้แทนสบู่ หลังจากนั้นเป็นต้นมาจึงได้มีการค้นคว้าพัฒนาสูตรผงซักฟอกมากมายพร้อมกับการเกิดความนิยมในการใช้ผงซักฟอกอย่างรวดเร็ว สำหรับในประเทศไทยนั้น บริษัทหลุยส์ทีเลียวโนเวนส์ จำกัด ได้นำเข้าผงซักฟอกยี่ห้อ “แฟ้บ“ จากต่างประเทศมาในช่วงหลังสงครามโลกครั้งที่ 2 เพื่อใช้แทนสบู่ในการซักเสื้อผ้าและชำระล้างสิ่งสกปรกอื่นๆ ปรากฏว่าเป็นที่นิยมของประชาชนโดยทั่วไป เพราะสามารถชำระล้างสิ่งสกปรกได้ดีกว่าสบู่และสะดวกในการใช้มากกว่า และในปี พ.ศ. 2500 บริษัท คอลเกตปาล์มโอลีฟ จำกัด จึงได้ตั้งโรงงานผลิตและจำหน่ายผงซักฟอกยี่ห้อ “แฟ้บ” ในประเทศไทยขึ้น และต่อมาได้มีผู้ผลิตผงซักฟอกเกิดขึ้นอีกหลายบริษัท มีการปรับปรุงและพัฒนาคุณภาพให้ดีขึ้นเรื่อยๆ ในปัจจุบันผงซักฟอกได้รับความนิยมอย่างแพร่หลายทำให้เกิดการแข่งขันในตลาดค่อนข้างสูง ผู้ผลิตจึงต้องปรับปรุงคุณภาพและรูปลักษณ์อยู่เสมอๆ จึงทำให้ในปัจจุบันได้มีผงซักฟอกสูตรต่างๆ วางขายกันตามท้องตลาดมากมาย
ตามมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม คำว่า “ผงซักฟอก” หมายถึง ผลิตภัณฑ์ที่มีสารลดแรงตึงผิวชนิดสังเคราะห์และ/หรือชนิดธรรมชาติเป็นส่วนประกอบหลัก เป็นเกลือของกรดซัลโฟนิก มีสมบัติชำระล้างสิ่งสกปรกทั้งหลายได้เช่นเดียวกับสบู่ สำหรับใช้ซักผ้า ครอบคลุมถึง ผงซักฟอกที่มีลักษณะเป็นผง เม็ดเล็กๆ หรือเกล็ด อัดขึ้นรูป กึ่งแข็งกึ่งเหลว แท่ง หรือลักษณะอื่น แต่ไม่ครอบคลุมถึงผลิตภัณฑ์ซักผ้าชนิดเหลว ผงซักฟอกแบ่งออกเป็น 3 ชนิด คือ ชนิดซักฟอกด้วยมือ ชนิดซักฟอกด้วยเครื่องซักผ้า และชนิดซักฟอกด้วยมือหรือเครื่องซักผ้า ผงซักฟอกมีส่วนประกอบใหญ่ๆ 2 ชนิด คือ ส่วนประกอบหลัก ที่จำเป็นต้องมีอยู่ในส่วนผสม และส่วนประกอบรองที่อาจมีหรือไม่มีอยู่ในส่วนผสมก็ได้



สารประกอบหลักของผงซักฟอกมี 5 ชนิด คือ


  1. สารลดแรงตึงผิว หมายถึง สารซึ่งเมื่อละลายในน้ำแล้วจะช่วยลดแรงตึงผิวของน้ำ ทำให้คราบสกปรกที่ติดอยู่กับเนื้อผ้าหลุดออกได้ง่าย อาจเป็นชนิดสังเคราะห์และ/หรือชนิดธรรมชาติ เป็นสารเคมีประเภท แอนไอออนิก (anionic) แคทไอออนิก (cationic) หรือนอนไอออนิก (nonionic) ประเภทใดประเภทหนึ่งหรือผสมกัน ปัจจุบันสารที่ผู้ผลิตนิยมใช้คือ สารลิเนียอัลคีลเบนซีนซัลโฟเนท (Linear Alkylbenzensulfonate หรือ LAS)
  2. สารลดความกระด้างของน้ำ หมายถึง สารที่ลดความกระด้างของน้ำ สารนี้ไม่ได้ช่วยให้สิ่งสกปรกหลุดออกจากเนื้อผ้าโดยตรง แต่จะช่วยให้สารลดแรงตึงผิวมีประสิทธิภาพดีขึ้น สารที่ผู้ผลิตนิยมใช้กันมาก คือ โซเดียมไทรโพลิฟอสเฟต (Sodium Tripolyphosphate : STPP) ซึ่งในในปัจจุบันเกิดข้อกล่าวหาว่าฟอสเฟตที่เคยใช้เป็นสารลดความกระด้างนี้เป็นตัวการทำลายแหล่งน้ำ จึงได้เริ่มมีการลดการใช้ฟอสเฟตลงและใช้สารซีโอไลท์แทนในผงซักฟอกบางยี่ห้อ
  3. สารรักษาระดับความเป็นด่าง หมายถึง สารที่รักษาระดับความเป็นด่างให้คงที่ตลอดช่วงการใช้งาน ป้องกันการกัดกร่อนของภาชนะที่ทำด้วยโลหะที่ใช้ในการซักและช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานของสารลดแรงตึงผิว ได้แก่ โซเดียมซิลิเกต และโซเดียมคาร์บอเนต
  4. สารกันคราบคืน หมายถึง สารที่ช่วยไม่ให้คราบหรือสิ่งสกปรกที่หลุดออกไปแล้ว กลับมาจับผ้าอีกขณะซัก เช่น โซเดียมคาร์บอกซีเมทิลเซลลูโลส (Sodium Carboxymethylcellulose)
  5. สารเพิ่มความสดใส หมายถึง สารที่สามารถดูดแสงอัลตราไวโอเลต แล้วให้แสงที่ทำให้ผ้าดูสดใสยิ่งขึ้นเช่น ไทโนพัล ดีเอ็มเอส (Tinopal DMS)

ส่วนประกอบรอง


ส่วนประกอบรองหรือส่วนประกอบที่อาจมีได้ที่ผู้ผลิตได้ใส่ลงไปในผงซักฟอกเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพของผงซักฟอกและดึงดูดใจลูกค้า สารเหล่านี้มีอยู่ในปริมาณเล็กน้อยเท่านั้น ได้แก่ สารเพิ่มฟองหรือสารลดฟอง สารฟอกและสารฟอกต้นตอรวมทั้งสารคงสภาพสำหรับสารฟอกต้นตอ สารช่วยการละลาย สารกันหมอง แอนติออกซิแดนต์ เอนไซม์ น้ำหอม สี สารกันการจับตัวเป็นก้อน สารช่วยขับสิ่งสกปรก สารต้านจุลินทรีย์ สารละมุน สารคงสภาพการเก็บรักษา สารช่วยให้ผ้านุ่ม สารกันไฟฟ้าสถิตย์ สารกันการกัดกร่อนและสารอื่นๆ 



สูตรทั่วไปของผงซักฟอก 

รูปแสดงสูตรทั่วไปของผงซักฟอง
ที่มา : https://www2.chemistry.msu.edu/faculty/reusch/virttxtjml/Images3/surfact.gif



รูปแสดง Micelle
ที่มา : http://www.nature.com/nmat/journal/v9/n5/images/nmat2761-f1.jpg

หลักการทำงานของผงซักฟอก

สาเหตุที่ผงซักฟอกสามารถขจัดน้ำมันออกจากเสื้อผ้าได้ เนื่องจากผงซักฟอกมีสมบัติเป็น Emulsifier ซึ่งประกอบด้วย 2 ส่วนคือ ส่วนที่มีขั้วเรียกว่าส่วนหัว (Head Group) และส่วนที่ไม่มีขั้วเรียกว่าส่วนหาง (Tail) โดยส่วนหัวจะเป็นส่วนที่ชอบน้ำ และส่วนหางเป็นส่วนที่ไม่ชอบน้ำ ดังนั้นในกระบวนการซัก ผงซักฟอกเปรียบเสมือน Micelle โดยหันส่วนที่ไม่มีขั้วจับกับสิ่งสกปรก ส่วนที่มีขั้วจะจับกับน้ำที่เราล้าง ดังนั้นหลังการซักเมื่อเราล้างเสื้อผ้าด้วยน้ำ คราบสกปรกจะหลุดออกมากับน้ำทำให้เสื้อผ้าของเราสะอาดเอี่ยม






รูปแสดงกระบวนการขจัดน้ำมันของผงซักฟอก

ที่มา : http://nsb.wdfiles.com/local--files/c-9-5-5-4/Emulsion%201.jpg
แม้ผงซักฟอกจะเป็นสินค้าอุปโภคที่ช่วยทำให้ชีวิตประจำวันของมนุษย์มีความสะดวกสบายขึ้น อย่างไรก็ตาม ส่วนประกอบที่มีอยู่ในผงซักฟอกนั้นก็จัดเป็นสารเคมี หากมีการสะสมอยู่ในแหล่งน้ำมากๆ อาจเกิดผลเสียหรือมลภาวะของสิ่งแวดล้อม เช่น สารพวกฟอสเฟตเที่มีอยู่ในผงซักฟอก เมื่อปล่อยลงสู่แหล่งน้ำ อาจกลายเป็นปุ๋ยทำให้พืชน้ำเจริญเติบโตอย่างรวดเร็ว ซึ่งขัดขวางการคมนาคมทางน้ำ ทำลายทัศนียภาพของแหล่งน้ำ และเมื่อพืชน้ำตายลง ทำให้น้ำเน่าเสีย ส่งผลให้ปริมาณออกซิเจนในน้ำลดลง สิ่งมีชีวิตที่อาศัยอยู่ในน้ำเกิดการขาดออกซิเจนและตายลงได้ น้ำซักล้างต่างๆ ที่เกิดจากกิจกรรมการใช้ผงซักฟอกทั้งภายในบ้านเรือนหรือภายนอก โดยเฉพาะจากร้านค้าหรือสถานบริการที่รับซักรีดเสื้อผ้าที่ปัจจุบันพบเห็นอยู่เป็นจำนวนมาก สถานที่เหล่านี้จัดเป็นแหล่งกำเนิดของน้ำซักล้างที่เกิดจากการใช้ผงซักฟอกมากที่สุด ดังนั้นจึงควรที่จะมีมาตรการในการควบคุมและบังคับให้มีการบำบัดน้ำทิ้งประเภทนี้เสียก่อนที่จะระบายลงสู่แม่น้ำลำคลอง เพื่อช่วยลดมลภาวะน้ำเสียที่เกิดจากการใช้ผงซักฟอกต่อไป
ที่มาของข้อมูล :
  • นงนุช ตั้งเกริกโอฬาร.(2552).ผงซักฟอก. สืบค้นเมื่อ 10 พฤศจิกายน, 2559,จาก http://www.uniserv.buu.ac.th/forum2/topic.asp?TOPIC_ID=2739


ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น